ประเภทของการขนส่ง
26 Feb

ประเภทของการขนส่ง

ประเภทของการขนส่ง (Transportation)

ประเภทของการขนส่ง สามารถจำแนกการขนส่งได้ 5 ประเภท ดังนี้

 

การขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) เป็นวิธีการขนส่งที่ใช้แม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า รวมถึงการขนส่งทางทะเล
ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การขนส่งทางน้ำนี้เหมาะสมกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่
ขนส่งได้ปริมาณมากเป็นสินค้าที่ยากแก่การเสียหาย เช่น ทราย แร่ ข้าวเปลือก เครื่องจักร ยางพารา เป็นต้นส่วนประกอบของการขนส่งทางน้ำ

ข้อดี :

1. อัตราค่าขนส่งถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการขนส่งทางอื่น
2. ขนส่งได้ในปริมาณมาก
3. มีความปลอดภัยสูง
4.สามารถส่งได้ในระยะไกล

ข้อเสีย :

1. มีความล่าช้าในการขนส่งมาก
2. ในฤดูน้ำลดหรือฤดูร้อน น้ำอาจมีปริมาณน้อย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งเพราะเรืออาจเกยตื้นได้
3. ไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนในการขนส่งได้ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศและภูมิประเทศ

 

การขนส่งทางบก (Road or Motor Transportation) จำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. การขนส่งทางรถไฟ (Railroads) เป็นเส้นทางการลำเลียงที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าหนัก ๆ ปริมาณมากและในระยะทางไกล
อัตราค่าบริการไม่แพง การขนส่งทางรถไฟจะมีกำหนดเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางในระยะเวลาแน่นอนและมีความปลอดภัยจากการเสียหายของสินค้า

ข้อดี :

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถขนส่งสินค้าได้จำนวนมากและหลากหลายชนิด
2. มีความรวดเร็ว สามารถขนส่งสินค้าได้ทันตามกำหนดเวลาที่ต้องการ
3. สะดวก เพราะมีตู้หลายชนิดให้เลือกเพื่อความเหมาะสมกับสินค้า
4. มีความปลอดภัยสูง เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางอื่น
5. ขนส่งได้ทุกสภาพอากาศ

ข้อเสีย :

1. ไม่สามารถขนส่งสินค้าให้ถึงที่หมายที่ต้องการขนย้ายสินค้าได้
2. มีความยืดหยุ่นน้อย เพราะมีเส้นทางที่ตายตัว
3. มีความคล่องตัวน้อยกว่าการขนส่งแบบอื่น เพราะมีกฏระเบียบมาก
4. ไม่เหมาะสมกับผู้ส่งสินค้ารายย่อย ที่มีสินค้าปริมาณน้อย

 

การขนส่งทางรถยนต์ (Motor Transportation) หรือรถบรรทุก (Truck Transportation) การขนส่งทางนี้สามารถแก้ปัญหาในด้านการจำหน่ายสินค้าของพ่อค้าได้อย่างมาก
เพราะการขนส่งสินค้ามีความสะดวกรวดเร็ว สามารถส่งสินค้าไปถึงผู้ใช้ได้โดยตรง

ข้อดี :

1. บริการได้ถึงที่โดยไม่ต้องมีการขนย้ายสินค้า
2. ขนส่งสินค้าได้ตลอดเวลาตามความต้องการของลูกค้า
3. มีความสะดวกและรวดเร็ว
4. เหมาะกับการขนส่งระยะสั้นและระยะกลาง
5. เป็นตัวเชื่อมในการขนส่งแบบอื่นที่ไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้โดยตรง

ข้อเสีย :

1. ค่าขนส่งสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งทางรถไฟ
2. มีความปลอดภัยต่ำ เกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อย
3. ขนส่งสินค้าได้ปริมาณและขนาดที่จำกัด
4. กำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและอากาศ

 

การขนส่งทางอากาศ (Air Tiansportation) การขนส่งทางนี้มีความสำคัญมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศ
เพราะทำการขนส่งได้รวดเร็วกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ ไม่เสียเวลาในการขนส่งนาน สะดวกและปลอดภัย
เหมาะกับการขนส่งสินค้าประเภทที่สูญเสียง่าย เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ เป็นต้น หรือสินค้าต้องการสั่งจองมาด้วยความรวดเร็วแก่การใช้งาน
ถ้าล่าช้าอาจเกิดความเสียหายได้ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมากและสินค้าราคาถูกๆ ไม่รีบร้อนในการขนส่ง
ซึ่งการขนส่งประเภทนี้ทำให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้รวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ แต่ค่าใช้จ่ายแพงกว่าการขนส่งประเภทอื่นส่วนประกอบของการขนส่งทางอากาศ

ข้อดี :

1. มีความสะดวกและรวดเร็วมากที่สุด
2. สามารถขนส่งกระจายไปทั่วถึงได้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ
3. สามารถขนส่งไปในท้องถิ่นที่การขนส่งประเภทอื่นไปไม่ถึงหรือไปยากลำบาก
4. เหมาะกับการขนส่งระยะไกล
5. เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่เสียง่ายหรือสินค้าที่จำเป็นต้องถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว
6. ขนส่งได้หลายเที่ยวในแต่ละวัน เพราะเครื่องบินขึ้นลงได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสีย :

1. ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงกว่าประเภทอื่น
2. จำกัดขนาดและน้ำหนักของสินค้าที่บรรทุก โดยจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากไม่ได้
3. บริการขนส่งได้เฉพาะเมืองที่มีท่าอากาศยานเท่านั้น
4. การขนส่งขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ
5. การลงทุนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์สูง
6. มีความเสี่ยงภัยอันตรายสูง

 

การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ (Container System) เป็นการพัฒนาการขนส่งอีกขั้นหนึ่ง โดยการบรรจุสินค้าที่จะขนส่งลงในตู้หรือกล่องเหล็กขนาดใหญ่
ที่เรียกว่า คอนเทนเนอร์ แล้วทำการขนส่งโดยรถบรรทุก รถไฟ หรือเครื่องบิน ไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่มีการขนถ่ายสินค้าออกจากตู้ระหว่างทำการขนส่งเที่ยวนั้น
ซึ่งตู้คอนเทนเนอร์ต้องสร้างจากเหล็กที่ทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศ สามารถวางไว้กลางแจ้ง ได้โดยปกติจะสร้างให้มีลักษณะแข็งแรงมาก
เพื่อให้ทนทานต่อการยกขนถ่ายสินค้าและสับเปลี่ยนบรรทุกระหว่างรถบรรทุก รถไฟหรือเรือ ในการเคลื่อนย้ายตู้นี้จะใช้ปั้นจั่นในการขนย้าย
และจากคุณสมบัติดังกล่าว ตู้คอนเทนเนอร์ จึงสามารถป้องกันสินค้าชำรุดเสียหายได้เป็นอย่างดี

ชนิดของตู้คอนเทนเนอร์หรือตู้สินค้าที่ใช้ในการขนส่งสินค้า เป็นตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 ฟุต สูง 8 ฟุต ยาว 20,25,40,45 ฟุต
ทำจากเหล็กหรืออะลูมิเนียมที่ได้รับการผนึกอย่างดีกันไม่ให้น้ำเข้าในตู้ได้ ใช้สำหรับบรรทุกสินค้า ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ชนิด คือ

1. ตู้แห้งหรือตู้สินค้าทั่วไป เป็นตู้ทึบไม่มีแผ่นฉนวนอยู่ด้านใน ไม่มีเครื่องทำความเย็นติดตั้งหน้าตู้ ใช้บรรทุกสินค้าแห้งหรือสินค้าทั่วไป

2. ตู้ควบคุมอุณหภูมิ แบ่งได้ดังนี้ :
– ตู้ห้องเย็น จะมีเครื่องทำความเย็นภายในตู้ ภายในระบุฉนวนทุกด้านเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู้ด้านใน นิยมเก็บผักสด ผลไม้
– ตู้ฉนวน ภายในจะบุฉนวนด้วยโฟมทุกด้านเพื่อป้องกันความร้อนแผ่เข้าไปในตู้ นิยมบรรทุกผัก
– ตู้ระบายอากาศ เหมือนกับตู้เย็นแต่มีพัดลมแทนเครื่องทำความเย็น พัดลมจะดูดก๊าซอีเทอร์ลีนที่ระเหยออกจากตัวสินค้า

3. ตู้พิเศษ ได้แก่ ตู้แท็งก์เกอร์หรือตู้บรรจุของเหลว/  ตู้เปิดหลังคา / ตู้แพลตฟอร์ม / ตู้เปิดข้าง / ตู้บรรทุกรถยนต์ / ตู้บรรทุกหนังเค็ม / ตู้สูงหรือจัมโบ้

ประโยชน์ของระบบตู้คอนเทนเนอร์

1. ทำให้ขนถ่ายสินค้าได้รวดเร็ว
2. ลดความเสียหายของสินค้าที่ขนส่งและป้องกันการถูกโจรกรรมได้
3. ประหยัดค่าใช้จ่าย
4. สามารถขนส่งได้ปริมาณมาก
5. การสั่งจองเรือระวางเพื่อขนส่งสินค้าทำได้อย่างสะดวก
6. ตรวจนับสินค้าได้ง่าย

 

, , , , , , , , ,

Comments (No Responses )

No comments yet.

IMT Cargo © All Rights Reserved.2019

Powered by Templatation